



ไม่เพียงเป็นศาลเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองนครนายกมายาวนานนับร้อยปีเท่านั้น หากยังเป็นที่มาของชื่ออำเภอองครักษ์ด้วยเช่นกัน ศาลเจ้าพ่อองครักษ์แห่งนี้เป็นเสมือนที่พึ่งทางใจของชาวนครนายก รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่แวะเวียนมาสักการะเป็นประจำอยู่เสมอ ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อองครักษ์ได้รับการบูรณะให้มีความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมจีนที่เน้นความโอ่โถงกว้างขวางยิ่งขึ้นและหากมาเยือนเมืองนครนายกแล้วควรหาโอกาสแวะมากราบไหว้ขอพรอธิษฐานขอให้เจ้าพ่อองครักษ์นำพาชีวิตก้าวไปบนเส้นทางแห่งความสำเร็จจะทำสิ่งใดก็ขอให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ย้อนเวลาไปหาอดีต จากหนังสือวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดนครนายก ซึ่งเผยแพร่โดยกรมศิลปากรนั้นได้ระบุถึงการสร้างศาลเจ้าพ่อองครักษ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสโดยเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปยังจังหวัดปราจีนบุรีได้เสด็จผ่านมาตามแม่น้ำนครนายกและประทับแรม ณ บริเวณริมแม่น้ำนครนายกซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลในปัจจุบัน ระหว่างที่ประทับอยู่นั้น ได้เกิดเหตุนายทหารราชองครักษ์ป่วยและถึงแก่กรรมลงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ด้วยเหตุที่บริเวณหน้าศาลเป็นวังน้ำวน กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ชาวบ้านพากันเชื่อว่ามีจระเข้ เจ้าพ่อองครักษ์อาศัยอยู่ หากจะนำเรือผ่านต้องทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยมะพร้าวอ่อนเสียก่อนจึงจะสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้น้ำบริเวณนั้นยังถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงได้มีการนำน้ำจากที่นี่ไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00-17.00 น.